อย่างหนึ่งเลย ต้องเข้าใจก่อนว่าส่วนน่องของเรานั้นประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อน่องซึ่งปกคลุมด้วยชั้นไขมันอีกชั้นหนึ่งครับ ดังนั้น การที่มีน่องใหญ่นั้นจึงเกิดได้จากสองสาเหตุหลักๆ คือ 1.มีกล้ามเนื้อที่หนาขึ้น หรือ 2.มีการสะสมไขมันมากขึ้น
สิ่งที่เข้าใจผิดกันมาก คือ การวิ่งนั้นจะทำให้มีกล้ามขาที่ใหญ่ขึ้นหรือไม่? สำหรับเรื่องนี้เป็นความจริงเพียงส่วนเดียวครับ กล่าวคือ การใช้งานกล้ามเนื้อหากทำในระดับหนึ่งสามารถทำให้กล้ามเนื้อเกิดการขยายขนาดขึ้นได้ (calf hyper trophy) แต่อย่างไรก็ดีการขยายขนาดนั้นยังขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการฝึก รวมไปถึงโปรตีนทดแทนที่รับประทานต่อวันด้วย จึงจะทำให้กล้ามขาบริเวณน่องมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นได้อย่างชัดเจนครับ
โดยปกติคุณผู้หญิงที่ไม่ได้ออกกำลังที่มีแรงต้านกล้ามเนื้อน่อง เช่น การเล่นเวทเทรนนิ่ง กีฬาปีนหน้าผา การปั่นจักรยานทางไกล หรือเล่นกีฬายกน้ำหนัก รวมทั้งไม่ได้บริโภคโปรตีน เป็นไปได้ยากที่จะมีกล้ามเนื้อน่องปูดโปนเหมือนนักกล้ามนะครับ
เทคนิคการลดขนาดของน่องขานั้น หลักๆคือ ต้องลดการสะสมไขมัน เบิร์นไขมันสะสม และงดการใช้กล้ามเนื้อน่องครับ ซึ่งขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของแต่ละบุคคลอีกด้วย
1.Squat การออกกำลังในท่านี้เป็นหนึ่งในท่าเบสิคที่ดีที่สุดในการกระชับสัดส่วนด้านล่างของลำตัว คือต้นขาด้านหน้าและด้านหลัง กล้ามเนื้อน่อง และหน้าท้อง ทั้งยังสามารถทำได้ง่าย ไม่ซับซ้อน และทำได้ที่บ้าน โดยเริ่มจากการยืนตรงตัวฝ่าเท้าห่างกันตามแนวสะโพก จากนั้นย่อตัวลงนั่งงอเข่าให้ก้นยื่นไปด้านหลังและลำตัวไปด้านหน้าทำมุม 45 องศากับพื้น หัวเข่าไม่เลยไปจากปลายเท้า จากนั้นเหยียดเข่าตัวตรงกลับมาในท่าเดิม เริ่มต้นทำวันละ 3-4 เซท เซทละ 12-15 ครั้ง
2.ว่ายน้ำ เป็นการออกกำลังแบบคาดิโอที่หมอแนะนำครับ ซึ่งบริหารร่างกายได้หลายจุดโดยไม่มีแรงกระแทกและแรงต้าน ทั้งยังเหมาะกับผู้อ่านที่มีปัญหาปวดข้อเข่าด้วยครับ
3.งดการสวมใส่ส้นสูง การยืนเขย่งนานๆ หรือการใช้กล้ามเนื้อขาทำงานเป็นเวลานาน ซึ่งเชื่อว่าอาจทำให้กล้ามน่องขึ้นได้ครับ
4.การวิ่งบนทางราบ หากผู้อ่านเป็นผู้รักในการวิ่ง ผมแนะนำให้วิ่งบนทางราบที่ไม่มีเนินเพื่อลดแรงต้านต่อกล้ามเนื้อครับ
5. งดทานแป้ง ขนมเบเกอรี่ สำหรับข้อนี้ตรงไปตรงมาที่สุด คือการลดไขมันที่จะไปสะสมในจุดต่างๆของร่างกาย แต่อาจทำได้ยากที่สุดหรับคุณผู้หญิงครับ ^^
สำหรับทั้ง 5 ข้อนี้เป็นวิธีง่ายๆซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้โดยแทบไม่มีค่าใช้จ่ายเลยครับ ทั้งยังดีต่อสุขภาพของผู้อ่านอีกด้วย ฝากให้นำไปปรับใช้กันนะครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น