เมื่อคนใกล้ตัวมีอารมณ์ขึ้นๆลงๆ เดี๋ยวสุขเดี๋ยวเศร้า เกิดคำถามในใจ "เอ๊ะ? เป็นไบโพล่าหรือเปล่าเธอ"
วันนี้ผมมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประเด็นนี้มาฝากครับ
ก่อนอื่นต้องขอชี้แจ้งก่อนว่า Bipolar disorder หรือ ที่ผู้อ่านเรียกสั้นๆว่า ไบโพล่า เป็น โรคทางจิตเวชแบบหนึ่งซึ่งเกิดจากการหลั่งสารสื่อประสาทในสมองผิดปกติ เป็น"โรค"นะครับ ไม่ใช่นิสัยของผู้ป่วยแต่อย่างใด ซึ่งโรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้เมื่อได้รับการดูแลจากแพทย์ สำหรับอาการของผู้ป่วย ผู้ป่วยจะมีลักษณะอาการ คือ มี 2 อารมณ์เกิดขึ้นสลับกัน 1.อารมณ์ซึมเศร้า (depression) และ 2.อารมณ์คึกคัก (mania) ที่มีความสนุกสนานและมีความคิดพลุ่งพล่าน มีอารมณ์ในสองลักษณะนี้สลับกันไปหรือมีอารมณ์ปกติคั่นบ้างครับ
ขอเน้นอีกครั้งครับ ว่าโรคนี้เป็นแล้วสามารถหายได้ และ สามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติ
ประเด็นสำคัญคือ เมื่อพบคนใกล้ตัวเป็นไพโล่า เราควรทำอย่างไร?
1. พบแพทย์
เมื่อสงสัยว่าคนใกล้ตัวของท่านมีอาการเข้ากับโรคไบโพล่า ควรไปพบแพทย์ครับ ซึ่งมีทั้งการรักษาด้วยยาและคำแนะนำในการปฎิบัติตัวแก่ผู้ป่วย ควรไปพบแพทย์พร้อมญาติและคนใกล้ตัว ซึ่งบุคคลที่ดูแลผู้ป่วยนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากที่จะทำให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นหรือแย่ลงครับ
2. เข้าใจและให้กำลังใจ
เข้าใจถึงอารมณ์และการกระทำของผู้ป่วยนั้นเกิดจากตัวโรค ไม่ได้เกิดจากนิสัยของผู้ป่วยครับ การอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้การรักษานั้นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
3. เรียนรู้และปรับตัว
เรียนรู้อาการในแบบของคนใกล้ตัว ซึ่งมีสองแบบคืออาการในช่วง mania และ depression ซึ่งแต่ละคนแสดงออกมาไม่เหมือนกัน ให้สังเกตว่าผู้ป่วยมีอาการอย่างไรและเราก็จะเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับเค้าได้ในสภาวะนั้นๆ รวมทั้งหากมีอาการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง เราจะรับรู้ได้เร็วและนำผู้ป่วยไปพบแพทย์เร็วครับ
4. เฝ้าระวังภาวะที่เสี่ยงอันตรายของผู้ป่วย
ในทั้งสองอารมณ์ของผู้ป่วย นำมาซึ่งอันตรายได้ครับ ในอารมณ์ซึมเศร้า ผู้ป่วยจะอ่อนไหวง่าย ร้องไห้บ่อย ทำกิจกรรมต่างๆเชื่องช้า ที่ร้ายที่สุดคือ นำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ครับ ในส่วนอารมณ์mania การตัดสินใจมักจะไม่รอบคอบและผิดพลาดได้ง่าย อาทิ การเกิดอุบัติเหตุ การตัดสินใจทางการเงินฟุ่มเฟือย การเล่นพนัน เป็นต้น
5. ลดภาวะเครียด
การลดภาวะเครียดของคนไข้ซึ่งอาจจะไปสู่การทำให้อาการของโรคเลวลง อาจะทำได้หลายวิธีครับ หากิจกรรมที่ผู้ป่วยชอบและสนุกไปกับมันแล้วลงมือทำร่วมกัน และให้ผู้ป่วยหลับสนิทและพักผ่อนให้เพียงพอ
6. อย่าให้ผู้ป่วยขาดยา
การปรับสมดุลของสารสื่อประสาทในสมองต้องใช้การรักษาด้วยยาเป็นหลัก หากผู้ป่วยขาดยาแล้วจะทำให้อาการของโรคคุมไม่ได้ครับ ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดควรประเมินโดยตลอดให้แน่ใจว่าผู้ป่วยทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอครับ
สำหรับการดูแลผู้ป่วยไบโพล่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับคนที่เรารักใช่ไหมครับ หมอขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย ญาติ และคนใกล้ชิดด้วยครับ ^^